เปิดบริการทุกวัน Open Daily 7.00 -19.00

เปิดบริการทุกวัน Open Daily 7.00 -19.00

๒ มีนาคม ๒๕๕๓

No Brain Television (NBT)


สนุกกับ สทท. สถานีไร้สมอง


ช่วงค่ำๆเมื่อวาน เผลอกดรีโมทมาที่โทรทัศน์ช่อง NBT

เป็นที่ทราบกันดีว่าโทรทัศน์ช่อง NBT หรือ สทท 11

เป็นส่วนหนึ่งของกรมประชาสัมพันธ์

ประชาชนทุกยุดต่างก็ตระหนัก เอือมระอา และชาชิน

ต่อบทบาทของกรมประชาสัมพันธ์อย่างดี

บทบาทที่มุ่งรับใช้รัฐบาลเป็นหลัก

รับใช้ไม่ลืมหูลืมตาจนชาวบ้านเรียกขานกันว่า กรมกร๊วก

(คาดว่าที่ได้รับฉายานี้เพราะ กร๊วก สมชื่อ)

แม้จะปฏิบัติตนเป็นสุนัขรับใช้มาตลอด

แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่มีความเป็นราชการสูงมาก

ทำให้ถึงเป็นสุนัข ก็เป็นสุนัขแก่ๆ ฟันฟางไม่คมเท่าไร

แต่ต้องชมเชยรัฐบาลคุณอธิสิทธิ์ที่สามารถใช้โทรทัศน์ช่อง 11

ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากสุนัขพุดเดิ้ลแก่ๆ

กลายเป็นร็อตไวเล่อร์ที่เห่า กัด ศัตรูของรัฐบาลได้อย่างน่าสยองขวัญ

แม้รัฐบาลจะอ้างว่า เพียงปรับโฉมช่อง 11 ให้ดูทันสมัย

แต่เท่าที่ดู แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะโฉบเฉี่ยวขึ้น

แต่ในเรื่องวิธีคิด กลับล้าหลังยิ่งนัก


ช่วงที่บ้านเมืองวุ่นวาย

สปอตโฆษณาของช่องนี้จะเต็มไปด้วยประโยคเช่น

รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย

สามัคคีคือพลัง

สังคมไทยเป็นสังคมที่ปรองดอง รักใคร่กัน

รักชาติ รักบ้านเมือง

รัก เทิดทูนพระมหากษัตริย์

รักพ่อหลวง ....(ให้ทำนู่น ให้ทำนี่)

นี่เป็นวิธีคิดที่ตรง ง่าย โบราณ และไม่ได้ผล


ความขัดแย้งทางโครงสร้างในสังคมเราตอนนี้

มีความซับซ้อนขึ้นมาก

มันไม่ง่าย เหมือนตัวอย่างที่ชอบขุดกันขึ้นมาว่า

อยุธยาล่ม เพราะคนไทยขาดความสามัคคี

สามัคคีคืออะไร NBT ไม่เคยอธิบาย


กลับมากับสิ่งที่พบเจอในช่อง NBTกันต่อ

เมื่อวาน ในรายการ T-NEWS

มี สกู๊ปเรื่อง ต้องลำบากแค่ไหนถึงจะได้ 1ล้านคน

เป็นการวิเคราะห์ม๊อบเสื้อแดงว่าจะต้องทำไงถึงจะพาคนมาชุมนุมให้ได้ 1 ล้านคน

เนื้อหาก็มุ่งวิเคราะห์ถึงความเป็นไปไม่ได้ของการชุมนุมที่อ้างว่าจะมา 1ล้านคน

สงสัยในใจว่า ทำไมแทนที่จะตั้งคำถามแบบท้าทายเช่นนี้

ทำไมไม่คุยกันว่า คนเหล่านี้จะเข้ามาประท้วงเพราะอะไร

ชาวบ้านไม่พอใจเรื่องอะไร? มีเหตุมีผลรับฟังได้หรือไม่?


สื่อกระแสหลักเวลานี้ไม่มีใครสนใจคนเล็กคนน้อยที่เดือดร้อน


บัดนี้ คนงานโรงงานไทร์อัมที่มาชุมนุมใต้ถุนกระทรวงแรงงานเขาต้องพบเจออะไรบ้าง

นอกจากไม่ได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรม

คนงานเหล่านี้ยังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีในฐานบุกรุกสถานที่ราชการ

NBT เคยสนใจหรือไม่?


ชาวบ้านเชียงรายที่ทำการปิดถนนประท้วงเรื่องราคาข้าว

บัดนี้ศาลพิพากษาแล้ว ให้จำคุกคนละ 6 เดือน

แน่นอน NBT ไม่เคยเสนอ


ความไม่สร้างสรรค์ของ NBT ยังไม่หมด

ก่อนพักโฆษณา

ทางรายการมี คำถามร่วมสนุกประจำสัปดาห์

คำถามแสนสนุกนี้มีอยู่ว่า

ท่านคิดว่ากลุ่มเสื้อแดงจะมาชุมนุมกันถึง1ล้านคนหรือไม่?”

ส่ง sms มาร่วมสนุกได้ที่ XXXX

ผู้ตอบถูก จะได้รับหนังสือ

วินาทีบรรลุธรรม


ผมอึ้งอยู่หน้าจอทีวีพักใหญ่

ตกลง NBTเห็นว่าการเข้ามาประท้วงรัฐบาล

ของประชาชนเป็นเรื่องที่ สนุก (หรือ?)

เอามาทายกันเล่นๆขำๆ

เอ๊... พวกมันจะมากันถึงล้านมั้ยน้อ..?

พวกคุณสนุกตรงไหน?

ถึงล้าน ไม่ถึงล้าน แล้วยังไง?


ถ้าบังเอิญท่านส่ง SMSไปร่วมสนุก

แล้วได้รับหนังสือวินาทีบรรลุธรรมมาอ่าน

อ่านไปเถอะครับ... ชาตินี้ยังไงก็ไม่บรรลุธรรม


เมื่อเราเริ่มสนุกกับเรื่องพวกนี้

ชาติเราจึงอุดมไปด้วยคนที่รักในหลวง

รักครั้งละ6บาท บางทีก็รักครั้งละ 9 บาท

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ (ครอบครัวจุด จุด จุด)

สามัคคีเถอะครับ เพื่อพ่อของเรา (087-654xxxx)

รักในหลวงมาก(083-957xxxx)


บางครั้งก็รักชาติครั้งละ 3 บาท

อยากเห็นคนไทยรักกันมากๆ (081-394xxxx)

อยากเห็นคนไทยสามัคคี (อั๋น -อุบล)

รักชาติ สามัคคี ปรองดอง (082-919xxxx)

พอเพียง เพื่อพ่อหลวงของเรา(ไฮโซ...อุดร)


นี่คืออาการหลังจากรับชมข่าวสารจนมีอารมณ์

เมื่อมีอารมณ์จนถึงที่สุดก็ทำการสำเร็จความใคร่

ผ่านทาง SMS

ข้อความต่างๆที่ส่งมา คือการบรรลุจุดสุดยอด

เป็นการสำเร็จความใคร่ในการรักชาติ รักสถาบัน

พุ่งกระจาย วิ่งตามขอบล่างของจอทีวีเป็นระยะ

เจ้าของ sms ส่วนใหญ่

เป็นคนชั้นกลางยุคบริโภคนิยม

พวกเขามีเวลารักชาติสั้นๆ หลังเลิกงาน

ถ้าเป็นช่วงเสาร์ อาทิตย์

บรรดาชนชั้นกลาง

อาจจะเปลี่ยนไปแสดงความรักชาติ รักสถาบัน

ด้วยการไปยืนถวายพระพรในโรงหนัง

ไปเซ็นสมุดถวายพระพร

ด้วยความซาบซึ้ง "ในพระมหากรุณาธิคุณ"


เหมือนที่ไม่นานมานี้ ข่าวพระราชสำนัก

เสนอภาพสมเด็จพระเทพไปเยือนบังคลาเทศ

ในช่วงการเสด็จ มีแขกมายืนมุงดูจำนวนมาก

จากภาพ คนอ่านข่าวก็รายงานว่า

มีประชาชนบังคลาเทศที่สำนึก

ในพระมหากรุณาธิคุณมาเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ก็ได้ตะโกนโห่ร้องถวายพระพร


นี่ถ้าไม่บอกก็คงไม่ทราบว่า

แขกบังคลาเทศที่มามุงกันมากๆ

เขามาเพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

แต่ถ้าจะให้เขาชี้ว่า คนไหนพระเทพ

ผมว่า แขกมุงพวกนั้นไม่รู้หรอกครับ!


ทุกวันนี้ การสรรเสริญเยินยอแบบเกินจริง

กลายเป็นความจงรักภักดี

อ.สุลักษณ์ เคยกล่าวไว้ชัดเจนว่า

จงรักภักดีนั้นทำได้

แต่ต้องจงรักภักดีแบบที่ไม่ใช่อะไรก็ถือเป็น

พระอัจฉริยภาพหมด

การเยินยอแบบนี้ ในระยะยาว

คือการทำลายสถาบันแบบช้าๆ

ถ้าเราอยากเห็นสถาบันนี้คู่สังคมไทยต่อไป

ต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันได้

เพื่อการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ให้เหมาะสม


ใกล้คุก ใกล้ตะรางกันมามาก


เปลี่ยนเรื่องดีกว่า


ในฐานะแฟน NBT ก็อยากให้มีคำถาม

ร่วมสนุกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

จนกว่าชาติของเราจะย่อยยับอับปาง


รักน้ำ รักปลา รักซากุระ

ทบจะเป็นเรื่องปกติ

ของความไม่ปกติไปเสียแล้วในสังคมไทย

เมื่อหน่วยงานราชการหรือองค์กรต่างๆ

จะทำโครงการอะไรซักอย่าง

สิ่งที่มักจะถูกลากลงมาเพื่อเป็นวัตถุประสงค์

หรือแอบอ้างในโครงการนั้นๆ

มักจะเกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์


บางโครงการไม่ควรจะเชื่อมโยงไปถึงสถาบัน

ดันถูกนำไปเชื่อมโยงแบบน้ำขุ่นๆ

โครงการต่างๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

มักจะถูกพ่วงท้ายด้วยคำว่า เฉลิมพระเกียรติ


ไม่ว่าจะเป็น

โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติ

สวนสาธารณะ เฉลิมพระเกียรติ

ถนน เฉลิมพระเกียรติ

ลานกีฬา เฉลิมพระเกียรติ

วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ

เสาไฟ้าเฉลิมพระเกียรติ


ที่น่าสนใจก็คือ

บรรดาโครงการที่มีคำพ่วงท้ายว่า เฉลิมพระเกียรติ

มักเป็นโครงการที่ไม่ใคร่มีการ คัดค้าน หรือตรวจสอบกันเท่าไร

เพราะถ้าใครดันไปคัดค้าน ก็อาจจะถูกมองว่าไม่จงรักภักดี


ตัวอย่างเมื่อครั้งสมัยผู้ว่าคนหนึ่ง

ต้องการผลักดันโครงการสร้างวัดกลางกว๊าน

มีการเขียนวัตถุประสงค์โครงการ ข้อแรกคือ

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งหลักการเหตุผลโครงการก็มีการอ้างว่า

สมเด็จย่าเคยมาประทับที่พระตำหนักกว๊านพะเยา

ถึงสามครั้งด้วยกัน (ไม่เห็นเกี่ยวอะไรเลย?)

นี่ก็เป็นการใช้คำว่า เฉลิมพระเกียรติ”เป็นเครื่องมือ

ใช้ "เจ้านาย" เป็นข้ออ้าง


การเฉลิมพระเกียรติใดๆที่พระองค์ท่านไม่ได้รับรู้

สมควรถือเป็นการเฉลิมพระเกียรติ

หรือเป็นการทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ?


ยิ่งโครงการนั้นๆสร้างความแตกแยกให้กับประชนในพื้นที่

มีผลกระทบแก่สิ่งแวดล้อม

และน่าเคลือบแคลงถึงผลประโยชน์ส่วนตัว

ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ในการก่อสร้าง

หรือการเอื้อประโยชน์ทางอ้อมให้แก่ธุระกิจของตัว


เหล่านี้คือการ พัฒนากว๊านพะเยา” ใช่หรือไม่?


กลับมาเรื่องป้ายรณรงค์กันดีกว่า

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศหนึ่ง

ที่บ้าคำขวัญ

วิธีแก้ปัญหาสุดคลาสสิคของรัฐบาลไทยคือ

การประกวดคำขวัญ

ปัญหาอะไรที่แก้ยาก ก็ประกวดคำขวัญซะ

ยาเสพติด

เมาแล้วขับ

โลกร้อน

คอรัปชั่น

สงบ สันติ สามัคคี


นี่เป็นการแก้ปัญหาโดย

การคิดประโยคสวยๆมาหนึ่งประโยค

และเราก็เชื่อว่า ประโยคสวยๆ

เหล่านั้นจะแก้ปัญหาได้

และนี่ก็เป็นที่มาของป้ายรณรงค์ตลกๆ

ที่พบเห็นกันทั่วไป

ตัวอย่างเช่น

ไฟมาป่าหมด

(แล้วยังไง? ไฟมาจากไหน จะป้องกันอย่างไร?)

สงบ สันติ สามัคคี

(ผู้ต่อต้านรัฐให้สงบ สันติในพรรคร่วม

เพื่อสามัคคีกันแดก งั้นหรือ? )


ล่ามีสายปั่นจักรยานรอบกว๊านรายงานว่า

มีป้ายเขียนรณรงค์ประมาณว่า

รักแม่ของแผ่นดิน ช่วยใช้ควายไถนา

เข้าใจว่า

เพราะพระราชินี เคยมีพระราชเสาวนีย์

เรื่องการแนะนำ

ให้เกษตรกรหันมาใช้ควายไถนาเพื่อลดต้นทุน

แต่กระนั้น การจะรณรงค์ใช้ควายไถนา

ก็ไม่ควรอ้างพระราชินี

เพราะถ้าไม่กลับไปใช้ควาย จะกลายเป็นว่า

ประชาชนไม่รัก


ในความเห็นผม มันเป็นประโยคที่แลดู…….(ดูดเสียง)


คงคล้ายๆเวลารัฐบาลจะทำอะไรซักอย่างก็จะ

ใช้คำว่า รักพ่อหลวงร่วม...จุด จุด จุด

คืออยากให้คนไทยทำอะไรเติมเอา

เป็นประโยควิเศษ

อยากให้ประชาชนทำอะไร ก็อ้างในหลวงไว้ก่อน

อีกหน่อยคงมีว่า

รักในหลวง เลือกพรรคเรา


ตอนนี้ ถึงขั้นพรรคภูมิใจไทย นำเอาเรื่องการปกป้อง

เทิดทูนสถาบันกษัตริย์มาเป็นนโยบายของพรรค

นำมาหาเสียงเรียบร้อยโรงเรียนเนวิน


เอาเข้าไป


นี่ไม่นับ พระบรมฉายาลักษณ์ ตามสี่แยก สะพานลอยทองคำ

ที่องค์กรบริหารในท้องถิ่นต่างๆเอาเงินภาษีชาวบ้านมาถลุง

ในนาม ความจงรักภักดี


ในกรณี ป้ายที่เทศบาลพะเยานำมาติดก็เช่นกัน


ป้ายนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งถึงการ "อ้าง" สถาบันแบบถูๆไถๆ

ป้ายเขียนว่า ตามรอยสมเด็จย่า ร่วมพัฒนากว๊านพะเยา


ว่ากันตามประวัติศาสตร์

ตลอดพระชนชีพของพระองค์

สมเด็จย่าเคยเสด็จมาประทับ

ที่พระตำหนักกว๊านพะเยาสามครั้ง


จนเมื่อวันที่

18 กรกฎาคม 2538

สมเด็จย่าก็เสด็จสวรรคต


จนถึงวันนี้ก็ 15 ปีดีดัก

ถือเป็นการคิด มุขที่นานมาก


แต่ไหนๆก็คิดมุขนี้ขึ้นมาแล้ว

คำถามก็คือ

จะให้พวกเรา ตามรอยอะไรของสมเด็จย่า?


การนำรูปสมเด็จย่า ประทับบนเรือขณะที่ทรง

เด็ดผักตบชวา แล้วเอามาแอบอ้าง

สมควรหรือไม่?


ที่ผ่านมาโครงการต่างๆ ที่อ้างว่าเป็นการพัฒนา

มักจะมีผลกระทบที่ถูกละเลยเสมอ


อย่างการสร้างเขื่อนปากมูล

อ้างว่าปั่นไฟไปพัฒนาชาติ

ชาวบ้านที่เคยจับปลา ต้องไปหาขยะแถวดอนเมือง


นี่เป็นการพัฒนาแบบไหนกัน


การที่เทศบาลพะเยาป่าวประกาศให้มาร่วมกัน

พัฒนากว๊านพะเยา” ตามรอยสมเด็จย่า


ถือเป็นเรื่องสยองขวัญ


สยองขวัญทั้งคนทิ้งรอย และคนตามรอย!!